วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 5-6

ช่วงสองสัปดาห์นี้ก็ไม่มีอะไรมาก ยังรับเอกสาร จัดแฟ้ม แยกตามหมวดหมู่ แล้วก็พิมพ์เอกสารตามปกติจะมีเพิ่มมาคือ การพิมพ์หน้าซองจดหมาย เป็น สคส.บ้าง เป็นซองรางวัลของปีใหม่บ้าง แล้วก็อาทิตย์ที่หก จะมีเพิ่มในเรื่องการจัดงานปีใหม่ ซึ่งต้องไปช่วยเค้าจัดสถานที่ข้างนอกบริษัทและร่วมงานปีใหม่ด้วย ซึ่งก็จะกลับบ้านดึกกว่าปกติ วันนึง แล้วก็มีจัดประชุม ทางบริษัทนำปฏิทินมาให้ แจกให้กับพนักงาน แต่ยังแจกไม่ได้เพราะพี่ที่ดูแลเรื่องนี้ยังไม่มา

ปัญหา พี่ที่ดูแลการฝึกงานของเราเค้าลาอาทิตย์นึง ทำให้ไม่มีใครสอนงานบางอย่างที่ยังไม่เคยทำ ทำให้มีงานค้าง ต้องรอให้พี่เค้ามาสอนอาทิตย์หน้า

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 4 ของการฝึกงาน

สัปดาห์นี้ได้จัดงานเสวนา 1 รอบ และออกนอกสถานที่ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของการเสวนา จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามทั้งหมดที่ได้มาจากการจัดงานเสวนาแต่ละรอบ และก็มีการทำเอกสารตามปกติ ซึ่งก็จะเป็นการจัดการด้านเอกสารที่ยุ่งยากมากขึ้น มีการบันทึกเอกสารด้วย โปรแกรม Excel และมีการพิมพ์เอกสารบ้างนิดหน่อย พิมพ์ดีดไฟฟ้า มีงานถ่ายเอกสารและแสกนเอกสาร รับโทรศัพท์
ปัญหาและอุปสรรค คือ มีปัญหาในเรื่องพูดภาษาอังกฤษเมื่อรับโทรศัพท์ชาวต่างชาติ ซึ่งเราพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก และการทำงานส่วนใหญ่มีแต่ภาษาอังกฤษ ทำให้ต้องศึกษาและจำคำศัพท์ของภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น

สัปดาห์ที่ 3 ของการฝึกงาน

สัปดาห์นี้ ได้ออกนอกสถานที่ เพื่อจัดงานเสวนากับหัวหน้ากอง จำนวน 3 รอบ เพื่อช่วยในเรื่องการลงทะเบียน แจกเอกสาร แจกแบบสอบถาม ในกับผู้เข้ารับฟังการเสวนา และเข้ารับฟังการเสวนาเพื่อเพิ่มความรู้ด้วย และการจัดเสวนานี้จะจัดขึ้นหลายรอบ เพราะพนักงานของการบินไทย มีจำนวนมาก และมีหลายที่ ซึ่งในการจัดงานจะมีการออกนอกสถานที่เพื่อไปจัดให้พนักงานของบริษัทได้รับฟังกันถ้วนหน้า ทั้งฝ่ายช่างที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ และก็มีการทำงานเอกสารตามปกติเมื่อกลับมาที่บริษัท ซึ่งงานที่เพิ่มเข้ามาก็คือจะเป็นเรื่องของการทำแบบสอบถาม งานวิจัยที่ได้จากการจัดงานเสวนา จะมีการคีย์ข้อมูลแบบสอบถามและประมวลผลแบบสอบถามโดยใช้โปรแกรม Excel
ปัญหาและอุปสรรค คือ เวลาในการทำวิจัยมีจำกัดทำให้งานเร่งรีบ และฟังพี่ที่ดูแลในเรื่องวิจัย ไม่ค่อยเข้าใจ ทำงานล่าช้า มีข้อผิดพลาด และต้องกลับมาแก้ไขบ่อยครั้ง

สัปดาห์ที่ 2

สัปดาห์ที่สอง ได้เจอพี่ที่ดูแลเราเป็นสัปดาห์แรก พี่ใจดีมากและดูแลดีมาก เริ่มสอนงานกันอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะเป็นงานเอกสารงาน ก็จะมีการรับเอกสาร จัดเรียงเอกสารเข้าหมวดหมู่ เข้าแฟ้ม เรียงวัน เดือนปี จะมีพิมพ์งานบ้างนิดหน่อย และพิมพ์ดีด ถ่ายเอกสาร เดินเอกสารบ้าง ช่วงสัปดาห์นี้ก็จะมีหัวหน้ากองเรียกเข้าพบเพื่ออธิบายงานและสอนงานและให้ช่วยทำงาน ซึ่งก็มีการทำ Present งาน ด้วยโปรแกรม Power point และจัดหาข้อมูลเพื่อทำการนำเสนองาน และช่วยในเรื่องงานเอกสารของการจัดงานเสวนานี้ด้วย เพื่อจัดงานเสวนาในอาทิตย์หน้า จากนั้นก็มีการอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อมของบริษัท หนึ่งวัน เพราะทางบริษัทจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้เข้ารับการอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อมของ ISO และเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เรื่องของการป้องกันอัคคีภัย
ปัญหาและอุปสรรค คือ การที่มีคนจากหลายหน่วยมาขอให้ช่วยงาน ซึ่งบางทีเป็นงานที่เร่งรีบอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

สัปดาห์แรกของการฝึกงาน

วันแรกของการฝึกงานประทับในพนักงานของบริษัทการบินไทย มาก เพราะทุกคนอัธยาศัยดีมาก ยิ้มเก่งและเป็นมิตร ใจดีทุกคนเลย ทางบริษัทได้จัดปฐมนิเทศก์ ซึ่งในการปฐมนิเทศ ทางบริษัทได้แบ่งนักศึกษาให้อยู่แผนกต่างๆ ตามสาขาที่ได้เรียนมา และได้แนะนำบริษัทประวัติและการทำงานเบื้องต้นของบริษัท มีการบอกรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละตึกแต่ละแผนก และสถานที่ต่างๆภายในบริษัท และวิธีปฏิบัติตนในการฝึกงาน ระเบียบวินัยต่างๆของนักศึกษาฝึกซึ่งทางบริษัทได้เน้นในเรื่องระเบียบวินัยของการแต่งกาย บุคลิกภาพและมารยาทในการปฏิบัติงาน หลังจากปฐมนิเทศเสร็จแล้วก็ได้แยกย้ายกันไปตามฝ่ายต่างๆ ซึ่ง เราได้อยู่ฝ่ายกองความปลอดภัยและบริหารความเสี่ยงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสัปดาห์แรก ยังไม่ค่อยได้ทำอะไร เพราะพี่ที่รับดูแลเรา เค้าลาหนึ่งอาทิตย์ พี่ที่รับดูแลแทนก็เลยยังไม่ได้ให้ทำอะไรมาก ก็จะมีพาไปแนะนำกับพี่ที่แผนก ต่างๆที่ควรรู้จักและเราต้องทำงานด้วย และก็มีเอารายละเอียดและตัวอย่างงานมาให้ดูและอธิบายเบื้องต้น แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรมาก ก็จะมีรับโทรศัพท์บ้าง รับเอกสารบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นงานเอกสาร เพราะหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ปัญหาและอุปสรรค จะเป็นการที่พี่ที่เค้าเป็นคนดูแลเราไม่มา ทำให้เราไม่ค่อยมีงานทำ จะมีก็แต่พี่หลายคนที่เอางานมาให้ช่วยทำบ้าง

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เรื่องเกาหลีที่คุณควรทราบ


แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เกาหลี ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ดาราเกาหลี ศิลปินนักร้องเกาหลี ซีรีย์เกาหลีเรื่องดัง หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี แต่จะมีสักกี่คนกันนะ ที่รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าแค่เปลือกนอกว่ายังมีเรื่องน่ารู้ที่เชื่อว่าอีกหลายๆ คนยังไม่รู้ วันนี้ Knock Knock! ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้ว เปิดสมองให้กว้างๆ แล้วไปลุยกันเลย

- ชุดประจำชาติของเกาหลีเรียกว่าชุด ฮันบก คนเกาหลีมักจะใส่ชุดฮันบกในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานแต่งงาน, วันซอลนัล (ขึ้นปีใหม่) , วันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า) เป็นต้น

- ต้นไม้ประจำชาติของประเทศเกาหลีคือ ต้นทงแบก ( ต้นแป๊ะก๊วย)

- ภาษาเกาหลี มีตัวอักษรเกาหลีที่เรียกว่า ฮันกึล ประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว

- การทักทายและการกล่าวคำขอบคุณเป็นเรื่องที่คนเกาหลีให้ความสำคัญมาก เวลากล่าวคำทักทายและขอบคุณคนเกาหลีมักก้มหัวคำนับเสมอ การโค้งหัวต่ำระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความอาวุโสของอีกฝ่าย

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นว่ามีสุนัขเดินเพ่นพ่านตามถนนเลย เพราะค่าเลี้ยงดูสุนัขที่เกาหลีแพงมากๆ และถ้าจูงสุนัขไปเดินเล่นตามถนนที่เกาหลี ถ้าสุนัขอึออกมา เราต้องเก็บทำความสะอาดเอง ไม่งั้นต้องเสียค่าปรับ

- ตามร้านมินิมาร์ทที่เกาหลี เวลาไปซื้อของเขาจะไม่ใส่ถุงให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก หากต้องการถุง เขาจะคิดเงินเพิ่ม 100 วอน หรือประมาณ 4 บาทไทย

- ถ้าไปพักโรงแรมที่ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาว เขาจะไม่เปิดแอร์ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน อีกอย่างอากาศมันเย็นสบายอยู่แล้ว

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นตำรวจยืนอยู่ตามสี่แยกไฟแดงเหมือนบ้านเรา เพราะเขามีระบบตรวจจับคนที่ขับรถผิดกฎจราจร และทางตำรวจจะส่งหลักฐานมาถึงบ้านแจ้งเรื่อง ความเร็ว, เวลา, ทะเบียนรถ และต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเอง

- คนเกาหลีจะไม่ทิ้งขยะบนท้องถนนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับแพงมากๆ ประมาณ 1,200 บาทไทย คนเกาหลีจึงนิยมเก็บขยะกลับไปทิ้งที่บ้านของตัวเอง - สาเหตุที่ชาวต่างชาติเรียกประเทศเกาหลีว่า " โคเรีย" นั้นก็มาจากชื่ออาจักโคเรียว จากนั้นเสียงก็เพี้ยนมาเป็น โคเรีย

- คนเกาหลีจะเรียกคนทั่วๆ ไปตามเพศ (เขาจะไม่เรียก พี่คนนั้น ป้าคนนี้เหมือนบ้านเรา) แต่จะเรียกตามเพศ ผู้ชาย เรียกว่า " อาจอชี" ผู้หญิงแต่งงานแล้วเรียกว่า " อาจุมม่า" ผู้หญิงยังไม่แต่งงานเรียกว่า " อาคะชี"

- บ้านของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือตัว U และมีการฝังท่อน้ำไว้ใต้บ้าน สำหรับหน้าหนาวตามพื้นบ้านก็จะอุ่น เหมือนเปิดฮีตเตอร์แบบนั้นเลย

- เมื่อผู้หญิงกับผู้ชายเกาหลีแต่งงานกันแล้ว หลังแต่งงานฝ่ายชายต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง 2-3 วัน หลังจากนั้นค่อยย้ายไปบ้านฝ่ายชาย

- Hunkuj University of Foreign Studies เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาภาษาไทยในเกาหลี

- ที่ประเทศเกาหลีไม่มีสะพานลอยให้ข้ามถนน (ถ้ามีก็น้อยมาก) แต่เขาจะสร้างอุโมงค์ลอดใต้ถนน และในอุโมงค์ก็จะเป็นเหมือนตลาดย่อมๆ มีของขายมากมาย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกต่างๆ ฯลฯ

- รถยนต์ในประเทศเกาหลีร้อยละ 99 เป็นรถที่ผลิตในประเทศเขาเอง เช่น ฮุนได, แดวู, เกีย เป็นต้น

- ประเทศเกาหลีผลิตรถยนต์ได้มากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกเลยนะ!

- กีฬาประจำชาติของคนเกาหลีคือ "ซีรึม" หรือมวยปล้ำแบบเกาหลีนั่นเอง

- เมืองหลวงของประเทศเกาหลี คือกรุงโซล และเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองจากโซลคือเมืองพูซาน

- ที่ประเทศเกาหลีเขาไม่นิยมให้ทิปตามร้านค้า ร้านอาหาร เพราะสินค้าและบริการต่างๆ จะบวกภาษีรวมไว้แล้ว 10 % นั่นเอง

- ประเทศเกาหลีเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินครั้งแรกในปี 1974 รวมเวลาถึงตอนนี้ก็เปิดมาแล้ว 33 ปี

- คู่บ่าวสาวของเกาหลี เมื่อแต่งงานกันแล้ว นิยมไปฮันนีมูนกันที่เกาะเชจู ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากในเกาหลี

- KBS เป็นสถานีโทรทัศน์ครบวงจรแห่งแรกของเกาหลี

- หนังสือพิมพ์ที่คนเกาหลีนิยมอ่านมากที่สุดคือ " ดองนิบ ซินมุม" หรือหนังสือพิมพ์อิสระ

- เพลง อารีรัง เป็นเพลงเก่าแก่ของเกาหลีที่ดังมากๆ ว่ากันว่าเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักระหว่างทหารเกาหลีกับสาวไทย

- แท็กซี่ที่เกาหลีจะมี 2 แบบ แบบแรกจะเป็นราคาปกติและตอนดึก จะเปิดรับผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันร่วมไปด้วย แต่ถ้าเป้นแท็กซี่แบบสีดำ จะแพงกว่าแต่ไม่รับผู้โดยสารอื่น และที่นั่นมีกฎหมายให้นั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น

- คนเกาหลีนิยมฝังศพคนตาย โดยหันหัวศพไปทางทิศเหนือ ไม่เหมือนประเทศไทยที่หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก

- ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องไปเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อมีอายุครบ 20 ปี

- ชาวเกาหลีจะมีชื่อสกุลจำกัดอยู่ไม่กี่กลุ่มชื่อ เช่น คิม 21% , ยี - ลี - รี 14% และ 8% มีชื่อสกุลว่า ปาร์ค นอกนั้นก็จะแตกออกไปเป็น ชอย, แช, เจิง, ชุง, ชาง, ฮัน, ลิม เป็นต้น ชื่อเต็มของคนเกาหลีประกอบด้วยชื่อสกุล 1 พยางค์ และชื่อหน้า 2 พยางค์

- เมื่อต้องการกวักมือเรียกคนอื่นนั้น ให้คว่ำมือลงแล้วค่อยกวักเรียกโดยให้นิ้วชิดกัน การกวักมือเรียกโดยหงายฝ่ามือขึ้นคนเกาหลีถือว่าไม่สุภาพ ถ้าใช้นิ้วกวักเรียก จะเหมือนเป็นการเรียกสุนัข ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดที่เกาหลี

- ดอกไม้ประจำชาติเกาหลีคือ ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

- ธงประจำชาติเกาหลีเรียกว่า แทกึกกี้ สัญลักษณ์สี่อย่างที่อยู่แต่ละมุม คือ สวรรค์, โลก, ไฟ และน้ำ

- มีอยู่ 3 อย่างที่เรามักจะไม่เห็นตามท้องถนนของประเทศเกาหลีคือ 1. ตำรวจ 2. ถังขยะ 3. สุนัข

- เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของภูมิประเทศเกาหลีเป็นภูเขาล้อมรอบ

- เวลาดื่มเหล้าโชจู ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดต้องเป็นคนรินเหล้าให้คนที่มีอายุมากกว่าเสมอ

- กิจกรรมหลังเลิกงานที่ฮิตที่สุดในกลุ่มของผู้ชายเกาหลีคือ ดื่มเหล้าและไปต่อกันที่คาราโอเกะ

- ที่นั่นจะมีโรงอาบน้ำเรียกว่าจิมจิบัง ซึ่งสามารถไปนอนค้างได้ด้วย

- ประเทศเกาหลีมีขนาดเล็กกว่าประเทศไทย 5 เท่า

10 สาวงามในโลกแฟนตาซ๊






วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สิบอันดับเครื่องดื่มมีประโยชน์สูงสุด


นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส จัดอันดับ 10 เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ที่สุดในโลก โดยดูที่ระดับสารแอนติออกซิแดนต์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลายชนิดอ้างว่า ใส่สารอนุมูลอิสระไว้ แต่หลายคนไม่ทราบว่าสารนี้คืออะไรกันแน่ สำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ มีประ โยชน์เนื่องมาจากในขบวนการปฏิกิริยาชีวเคมี ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย จะมีการขับของเสียที่ร่างกายได้รับ ได้แก่ ควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ รังสียูวี เอกซเรย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอนุมูลอิสระที่มีอันตรายต่อเซลล ์ในร่างกาย ที่อาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ภาวะข้อต่ออักเสบ ต้อกระจก และการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อนุมูลอิสระจะทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดีเอ็นเอ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการมีเซลล์ม ะเร็ง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่นำไปสู่ขบวนการ เกิดโรคมะเร็ง สำหรับ 10 อันดับเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากที่สุด คือ
1.น้ำทับทิม
2.ไวน์แดง
3. น้ำองุ่นคอนคอร์ด
4. น้ำบลูเบอร์รี่
5.น้ำแบล็กเชอร์รี่
6.น้ำอะซาอี
7. น้ำแครนเบอร์รี่
8.น้ำส้ม
9.น้ำชา
10.น้ำแอปเปิ้ล - ปราฟดา

i'am